it’s all started (again) with a blog tag
January 18, 2007
เมื่อพี่กอล์ฟมาบอกว่า “ยา… ยาโดน tag ด้วยแหละ จากนิ่ม”
และทิ้งท้ายด้วย “555… ไปเคลียร์กันเอาเองนะ”
งงสิครับงานนี้ เพราะไม่ได้เขียนไดอารี่มาเป็นปีแล้ว
อย่างน้อย ก็ไม่ใช่อะไรที่ให้ใครๆอ่าน
อีกอย่าง ตกใจตรงที่ พี่นิ่มนึกถึงเราด้วยแฮะ 555
ตอนแรกกะว่าจะได้เป็นบุคคลสุดเท่ที่ไม่มีใคร tag
เพราะเป็นคนไม่ค่อยมีตัวตน
แต่ก็อดเท่เลย… โดนซะแล้ว
แล้วก็เลยนึกสนุก อยากกลับมาเขียนอะไรเล่นๆอีกครั้ง
ความรู้สึกคล้ายๆตอนเขียนไดอารี่ครั้งแรกล่ะมั้ง
เขียนด้วยความรู้สึกโล่งๆมากกว่าความรู้สึกที่ว่า จะเขียนอะไรให้ใครอ่าน
พี่นิ่มคะ … ต้องขอขอบคุณพี่มา ณ โอกาสนี้
ฮี่ๆๆๆ
ที่มาจุดประกายความชั่วร้ายให้กลับมาเพ่นพ่านอีกรอบ
อ่ะ… ตามคำเรียกร้อง
tag 5 ข้อ เกี่ยวกับตัวยา ที่คิดว่าไม่มีใคร(น่าจะ)รู้
(หรือแม้แต่อยากรู้ 555)
(1) 3 สถาบัน เพื่อปริญญาที่ยังไม่ค่อยได้ใช้
ยาผ่านการเรียนมหาวิทยาลัยมาถึง 3 สถาบััน 3 คณะ
เอ็นท์ติดและได้เข้าไปเรียนที่ คณะวารสารฯ ธรรมศาสตร์ เป็นเวลา 3 เดือน
จากนั้นก็ระเห็จไปอยู่ มหิดล อินเตอร์ เรียน Medical Science อยู่ 2 ปี
(โดยที่ไม่ยอมลาออกจากธรรมศาสตร์ซะงั้น เพราะรู้สึกว่าเราไม่ได้อยากออกนี่หว่า… ให้เค้ารีไทร์ออกเอง… เออ.. เอาเข้าไป)
จากนั้นก็ย้ายไปเรียนที่ Washington State University โรงเรียนหลังเขา
ในเมืองเงียบสงบ คณะ Biology (Pre-Med)
และจบได้ปริญญามาด้วยสาขาชีววิทยานี้แล
แต่อนิจจัง… ชีวิตการทำงาน 2 ปีกว่าที่ผ่านมา
ยาเริ่มทำงานที่ร้านหนังสือ Kinokuniya
จากนั้นก็มาเป็น PR จนถึงปัจจุบันนี้…
-_-”
ชีวิตฉัน ช่างสับสนดีแท้..
(2)ชีวิตการแสดง กับบทประจำตำแหน่ง
เอ่อ… เห็นอย่างนี้ ข้าพเจ้าก็เคยได้รับเลือกให้แสดงละครกับเค้าเหมือนกัน
ครั้งแรกตอนม.ปลาย…
และอีกครั้งคือการแสดงปี 1 ที่วารสาร…
แต่ทำไมไม่รู้มีอะไรดลใจ ให้ได้รับเลือกให้แสดงบท คนใช้ ทั้งสองครั้งเลยสิน่า
… ไม่รู้ว่าจะเสียใจหรือดีใจดี
ถึงจะได้เป็นบทนางเอกทั้งสองครั้งก็เถอะ !
(3)เพื่อนยอดแย่ เย็นชาระดับชาติ
เริ่มตั้งแต่เข้ามหาลัย ก็กลายเป็นคนไม่ค่อยโทรศัพท์
ทั้งๆที่ตอนเป็นวัยรุ่น ก็เหมือนคนอื่นๆ ที่คุยโทรศัพท์จนสายจะไหม้
ให้ได้เป็นประเด็นกับที่บ้านอยู่เนืองๆ
แต่พอโตขึ้น แล้วกลับโทรหาอยู่ไม่กี่คน
ยิ่งถ้าเป็นเพื่อนที่สนิทกัน ก็ไม่ค่อยได้โทรเลย
ถึงจะไปอยู่ไกลๆ ก็โทรมาปีละครั้ง สองครั้งเห็นจะได้
นานๆจะติดต่อกันที
เรื่องนี้เคยมีเพื่อนหลายคนงอนมาแล้ว
ว่าไม่เคยโทรไปเลย ไม่ติดต่อไป
แต่ถ้าเมื่อไหร่นึกถึงจริงๆ หรือบางทีฝันถึง
ก็ค่อยโทรไปหา ซึ่งพอเพื่อนนึกว่่า หายบ้าแล้ว ก็มักจะหายต๋อมไปอีกอย่างเคย
เคยอธิบายเพื่อนไปว่า เป็นคนไม่ชอบฝืนความรู้สึกตัวเอง
ไม่ชอบทำอะไรเพียงเพราะมันเป็นหน้าที่ของเพื่อนที่ดี
รู้สึกดีกว่า ที่จะทำอะไรตรงกับความรู้สึก
คิดถึงก็ค่อยโทรไป อยากเจอก็ค่อยนัด อยากเล่าอะไรก็ค่อยบอก
รู้สึกว่าแบบนี้มั้นเป็นธรรมชาติ แล้วก็สบายใจดี
หลังๆก็คิดในแง่ดีว่าเพื่อนๆเริ่มเข้าใจ
เพราะนานๆทีเค้าก็โทรมา แล้วก็ไม่ค่อยบ่นแล้วว่าเราหายไป
555
แต่ก็ไม่แน่ใจ ว่าจริงๆแล้วเค้าปลงมากกว่ารึเปล่า
(4)ป่วย = งี่เง่า
ยาเป็นคนที่ป่วยแล้วเกิดอาการงี่เง่า จิตตกอย่างแรง
และมักจะทำอะไร พูดอะไรที่บ้าบอออกไปเสมอๆ
จนหลังๆ รู้ตัวเลยว่า เวลาป่วยต้องอยู่คนเดียว
อย่าพยายามโทรไปหาใคร ไม่งั้นอาจจะทำลายมิตรภาพกันได้ง่ายๆ
แฟนคนแรก เป็นรักทางไกล
เป็นเพื่อนกันมาก็นาน… มันก็น่ารักกุ๊กกิ๊กตามประสารักครั้งแรก
แล้วในวันปีใหม่… ยาก็ป่วยในระหว่างที่ไปเที่ยว
นอนซมอยู่ที่โรงแรม ก็เกิดคิดถึงอยาก happy new year เค้าขึ้นมา
พอโทรไป กลับง๊องแง๊งงี่เง่า
อยู่ดีๆก็น้อยใจ นู่นนี่…
พาลมากๆเข้า เลยทำเป็นมีเหตุผล (ตรงไหนไม่รู้)
บอกเค้าว่า “งั้นเราเป็นเพื่อนกันเถอะ”
…
เค้าคงอึ้ง… แต่คำตอบของเค้าเราอึ้งกว่า
“แล้วแต่ยาละกัน… ถ้าคิดมาดีแล้วก็แล้วแต่ยา”
ที่แย่คือ พอกลับจากไปเที่ยวมาถึงบ้าน
ก็มีการ์ดปีใหม่มารออยู่… ส่งมาให้ก่อนที่ยาจะก่อคดี
เป็นการ์ดที่หวานและน่ารักที่สุดในชีวิตที่ผู้ชายบ๊องๆจะเขียนได้
รู้เลยว่า เค้าไม่ได้ ไม่คิดถึงเรานะ
เค้าไม่ได้เย็นชานะ…
แค่แม่เค้านั่งอยู่ตรงโซฟาด้วย ตอนที่รับโทรศัพท์เราอยู่เท่านั้นเอง
ช้ำ…
T-T
จากนั้นแล้วก็ไม่ได้คืนดีกันอีกเลย
เพราะเค้าโกรธเราไปแล้ว ทำร้ายจิตใจเค้าไปแล้ว
เป็นไงล่ะ… อกหักซะเองค่ะ
ทำใจไม่ได้อยู่หลายปีเหมือนกัน
(5)เป็นคนเนื้อหอมประเภทแปลกแต่จริง
ตอนม.ต้น ก็ดูไม่ค่อยเป็นผู้หญิงเท่าไหร่ (ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่)
ทั้งๆที่เรียนโรงเรียนสห… แต่กลับมีรุ่นพี่สาวๆมาชอบ
ตอนม.2 สับสนในเพศมาก… หมายถึงคนรอบข้าง
555 เพราะในวันเดียวกันที่มีหนุ่มเอาดอกไม้มาให้
ก็มีหญิงสาวมาขอให้ซื้อดอกไม้ให้
แล้วเอารูปมาใส่กระเป๋าตั้งค์ให้อีกต่างหาก
พอขึ้นม.3 ก็มีสาวเขียนเพลงมาให้ทุกวัน
เอาขนมมาให้ ทั้งๆที่เพื่อนสนิทยายืนยันไปแล้วว่า ยาไม่ใช่ทอมนะ
เป็นอย่างนี้อยู่เป็นปีๆ
ถึงจะมีแฟน เค้าก็ยังชอบนะ…
แปลกดีเหมือนกัน -_-”
เคยกระทั่งไปเยี่ยมญาติที่โคราช
นั้่งอยู่กับพี่ชายที่ร้านโดนัท..
จู่ๆก็มีกระดาษทิชชู่ เขียนมาขอเบอร์ พอมองไปที่ๆมา
เป็นสาวๆ 2 คน เราก็กิ๊กกั๊ก จะให้เบอร์พี่ชาย…
สาวๆบอกว่าไม่ใช่ๆ ขอเบอร์คนเสื้อเขียวน่ะ…
แว๊ก…เสื้อเขียวก็เรานี่หว่า … เวรกรรม
-_-”
พอเข้ามหาลัย… ก็ไม่วายดึงดูดคนแปลกๆมากมาย
จนเพื่อนต้องคอยอัพเดทด้วยความสนุกสนาน
และตั้งชื่อให้เป็น โรคจิต#1 โรคจิต#2 … ก็ว่ากันไป…
-_-”
โอ้ว… ยาวจัง
อ่านกันเมื่อยเลยเน้อ
:)
ป.ล. ใครมาเยี่ยม ก็อย่าลืมฝากข้อความทิ้งไว้บ้างน๊า..
ถือว่าขึ้นบ้านใหม่ อยากรู้ว่าใครมาทำความรู้จักบ้างน่ะ
:)
January 18, 2007 at 6:18 am
Yo!
คิดถึงเสมอนะจ๊ะ 555
ตามอ่านของเรามาตั้งนาน
เค้าก็ยังอยากอ่านของน้องยาอยู่นะ; )
สุขสันต์วันขึ้นบ้านใหม่
January 19, 2007 at 7:03 am
ตามมาไกล่เกลี่ยคู่กรณี 555
ไอ้ tag นีมันก็ดีนะ
ลากพวกปากกาขึ้นสนิมมาเขียน
โดนกันถ้วนหน้า
(รวมทั้งตัวเองด้วย :p)
ดีใจที่ได้อ่านตัวหนังสือคนคุ้นเคยอีก
January 19, 2007 at 8:27 am
wordpress จงเจริญ!!!
อ่านง่ายดีเนอะ ชอบคะ
:)
ดีใจที่ได้อ่านบล็อคของยาอีกนะ
ยังนึกเล่นๆ วันก่อนอยู่เลยว่าอยากอ่านบล็อคของยา
December 8, 2008 at 11:16 am
:)